บริเวณที่ใช้งาน
- พื้นและผนัง
- ภายในและภายนอก
- บริเวณทั่วไปภายในบ้าน/อาคารสำนักงาน (กระเบื้องดูดซึมน้ำและดูดซึมน้ำต่ำ)
ข้อจำกัดในการใช้งาน
- กรณีปูกระเบื้องไม่ดูดซึมน้ำ ควรใช้กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เกรส หรือ เวเบอร์.ไทล์ 2-อิน-1 หรือ เวเบอร์.ไทล์ แม็กซ์
- กรณีปูกระเบื้องบนผนังภายนอกสูงกว่า 8 เมตร ควรใช้กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์
- กรณีปูกระเบื้องบนผิวที่มีกระเบื้องเดิมและสี ควรใช้กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เกรส หรือ เวเบอร์.ไทล์ 2-อิน-1 หรือ เวเบอร์.ไทล์ แม็กซ์ หรือ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์
- กรณีปูกระเบื้องบนไม้และไม้อัดซีเมนต์ ควรใช้น้ำยารองพื้น เวเบอร์.พริม 2 แล้วตามด้วย กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์
- กรณีปูกระเบื้องบนอิฐมวลเบาโดยไม่ต้องฉาบ ควรใช้กาวซีเมนต์มวลเบาฝุ่นไม่ฟุ้ง เวเบอร์.ไทล์ แม็กซ์
- กรณีที่ปูกระเบื้องบนปูนฉาบยิปซัมและแผ่นยิปซัมบอร์ด ควรใช้กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์ หรือกาวเหลว เวเบอร์.ฟิกซ์ พลัส(สำหรับพื้นที่ต้องการปูกระเบื้องเปียกชื้น) หรือกาวเหลว เวเบอร์.ฟิกซ์ โปร(สำหรับพื้นที่ต้องการปูกระเบื้องเปียกชื้น)
- กรณีปูกระเบื้องบนพื้นผิวโลหะ พลาสติก ควรใช้กาวเหลว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
ส่วนประกอบ
- ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ซีเมนต์เทา ทรายคัดพิเศษ สารปรุงแต่ง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ทนต่ออุณหภูมิ -30ºC ถึง +70ºC
- สามารถรับน้ำหนักกระเบื้องในแนวตั้งได้มากสุด 30 กก. ต่อ ตร.ม.
- การยึดเกาะในที่แห้ง มากกว่า 0.5 MPa (N/mm2)
- การยึดเกาะในที่เปียก มากกว่า 0.5 MPa (N/mm2)
- การยึดเกาะหลังจากการบ่มความร้อน มากกว่า 0.5 MPa (N/mm2)
- หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน
คุณสมบัติการใช้งาน
- กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 4 ชม.
- ช่วงเวลาที่ใช้ระหว่างปาดกาวซีเมนต์จนถึงปูกระเบื้อง 20 ถึง 30 นาที
- การจัดและปรับแต่งแนวกระเบื้อง สามารถทำได้ภายใน 15 นาที
- ก่อนยาแนวร่องกระเบื้อง ควรทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้งอย่างน้อย 24 ชม.
- หลังจากปูกระเบื้องเสร็จ ควรทิ้งเอาไว้ 24 ถึง 48 ชม. ก่อนเปิดใช้งาน
- ความหนาของกาวซีเมนต์ที่ปาดลงบนพื้นผิว 2 ถึง 10 มม.
การเตรียมพื้นผิว


- พื้นผิวต้องเรียบ แข็ง ได้ระดับ สะอาด แห้ง และการดูดซึมน้ำอยู่ในระดับปกติ
- กำจัดเศษวัสดุ เช่น ผงปูน ไขมัน หรือคราบมัน ต่างๆ ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวออกให้หมด- ถ้าพื้นผิวมีรูพรุนมาก (การซึมซับน้ำสูง) จำเป็นต้องทำให้พื้นผิวนั้นเปียกชุ่ม และซึมซับน้ำให้อิ่มตัวก่อนปูกระเบื้อง
- ถ้าพื้นผิวเป็นผนังปูนฉาบ หรือปูนปรับระดับใหม่ ควรใช้เวลาบ่มตามมาตรฐาน (คือ 7 วันต่อความหนา 1 ซม.) ก่อนปูกระเบื้อง
การเตรียมกระเบื้อง
- ห้ามนำกระเบื้องมาแช่น้ำ เพราะจะทำให้การยึดเกาะของกาวซีเมนต์ลดลง
- ถ้ากระเบื้องเปียกหรือชื้น ต้องผึ่งให้กระเบื้องแห้ง ก่อนปูกระเบื้อง
- ทำความสะอาดกระเบื้อง เช่น ฝุ่นละออง ผงปูน ที่ติดอยู่ตามกระเบื้องออกให้หมด
การเตรียมกาว
- ใส่น้ำสะอาด 6.25 ลิตร (5 ลิตร) สำหรับเวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ 25 กก.(20 กก.) อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
- ค่อยๆ ใส่กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ (4 ส่วน) ลงในน้ำ ขณะเดียวกัน คนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสม น้ำ : เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ คือ
- 1 : 4 โดยน้ำหนัก
- หรือกรณีใช้การตวง สัดส่วนคือ 1 : 3 โดยปริมาตร
- การผสมควรใช้เครื่องปั่นปั่นให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน ควรปั่นที่ความเร็วต่ำ (500 รอบต่อนาที)
- กรณีที่ใช้เกรียงใบโพธิ์ ควรผสมกาวซีเมนต์กับน้ำทีละน้อย เพื่อให้สามารถผสมได้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างทั่วถึง ถ้ากาวซีเมนต์ยังจับตัวเป็นก้อน ต้องคนต่อไปจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
- หลังจากผสมกาวซีเมนต์ให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3-4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในกาวซีเมนต์ทำปฏิกิริยากับน้ำ
- กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ ที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชม. แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน
วิธีการใช้งาน




- ปาดกาวซีเมนต์บางส่วนลงบนพื้นผิวด้วยเกรียงใบโพธิ์หรือเกรียงหวี และใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นทางยาวบนพื้นผิว 1 ถึง 2 ตร.ม. แล้วเกลี่ยให้ทั่ว ความหนาตามร่องของเกรียงหวีที่ใช้ เพื่อเป็น การควบคุมปริมาณกาวซีเมนต์ที่ใช้ให้สม่ำเสมอ (ไม่มากหรือน้อยเกินไป)
- สำหรับพื้น : ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิว
- สำหรับผนัง : ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์เป็นแนวนอน (ตามรูป) บนพื้นผิว
- การปูกระเบื้องด้วยเกรียงหวีจะทำให้ปริมาณกาวซีเมนต์แทรกซึมตามผิวกระเบื้องและพื้นผิวได้ดี (% transfer) กว่าการใช้เกรียงใบโพธิ์
- กรณีปูกระเบื้องขนาดใหญ่กว่า 25 x 25 ซม. (10 x 10 นิ้ว) ควรปาดกาวซีเมนต์ลงบนหลังกระเบื้องให้ทั่วเล็กน้อย เพื่อแน่ใจว่าได้ปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิวอย่างทั่วถึงและไม่มีช่องอากาศว่างเหลืออยู่เมื่อปูกระเบื้องเสร็จ
- ปูกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์และกดให้แน่น หรือใช้ค้อนยางเคาะบนกระเบื้องให้ทั่ว เพื่อให้ร่องของกาวซีเมนต์ที่แผ่นกระเบื้องกดทับประสานกันอย่างทั่วถึง เว้นช่องว่างระหว่างกระเบื้องแต่ละแผ่น เพื่อให้เป็นร่องยาแนว (อย่างน้อย 2 มม.)
- กรณีที่กาวซีเมนต์ล้นขึ้นมาที่ร่องยาแนว ควรเช็ดออกเพื่อรักษาช่องของร่องยาแนวไว้ ถ้าแผ่นกระเบื้องเลอะกาวซีเมนต์ ควรเช็ดออกด้วยฟองน้ำหมาดๆ ขณะที่กาวซีเมนต์ยังเปียกอยู่
- หากต้องการจัด หรือปรับตำแหน่งกระเบื้องเมื่อปูเสร็จด้วยกาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ สามารถปรับตกแต่งกระเบื้องแต่ละแผ่นภายใน 15 นาที ก่อนกาวซีเมนต์จะแห้งสนิท
- ทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการยาแนว
- ควรเลือกยาแนวของ เวเบอร์ ที่เหมาะสมกับงาน ยาแนวของ เวเบอร์ มีหลายชนิด และหลากสีให้เลือกตามขนาดของร่องยาแนว และลักษณะของสถานที่
ข้อแนะนำสำหรับการปูกระเบื้อง
- ควรหลีกเลี่ยงการป้ายกาวซีเมนต์ใต้แผ่นหลังเป็นจุดๆ (ซาลาเปา) ดังภาพ เนื่องจากจะทำให้มีช่องอากาศระหว่างแผ่นกระเบื้องกับพื้นผิว
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้กาวซีเมนต์ เมื่อมีแสงแดดโดยตรง หรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
- การรักษาเส้นยาแนวให้เป็นเส้นตรง ควรใช้พลาสติก เป็นรูปกากบาท (spacer) คั่นระหว่างแผ่นกระเบื้อง (ดังภาพ) ขนาดความกว้างของพลาสติกที่ใช้ (กากบาท) คือ ความกว้างของร่องยาแนว
- เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการสัญจรบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 1.5 มม. สำหรับงานผนัง และอย่างน้อย 3 ถึง 20 มม. สำหรับงานพื้น
- ในกรณีที่เป็นกระเบื้องดินเผา หรือกระเบื้องที่มีรูพรุน ก่อนยาแนวควรปกป้องกระเบื้องด้วย เวเบอร์.คลิน เท็ค เพื่อป้องกันไม่ให้คราบสีของยาแนวเปื้อนพื้นผิวของกระเบื้อง
- สำหรับบริเวณห้องน้ำและห้องครัว ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พาวเวอร์ หรือใช้น้ำยาปกป้องร่องยาแนว เวเบอร์.คลิน เจ ซี อาร์ ทาทับหลังจากยาแนวด้วย เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค เพื่อช่วยปกป้องร่องยาแนวจากคราบสกปรกและราดำ เช่น คราบสบู่ คราบน้ำมัน
อายุการใช้งาน และการเก็บรักษา
- 1 ปี นับจากวันที่ผลิต โดยอยู่ในสภาพยังไม่เปิดปากถุง และถูกเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ไม่ชื้น อากาศถ่ายเทสะดวก (ถ้าใช้ไม่หมดถุงต้องมัดปากถุงให้แน่น)
ข้อมูลเพิ่มเติม
ขนาดบรรจุ
- ถุงละ 20 กก. โดยเฉลี่ย 4 ตร.ม. ต่อถุง 20 กก.
- ถุงละ 25 กก. โดยเฉลี่ย 5 ตร.ม. ต่อถุง 25 กก.
สี
- สีเทา









