บริเวณที่ใช้งาน
- พื้นและผนัง
- ภายในและภายนอก
- โรงงานอุตสาหกรรม/ห้องเย็น/โรงพยาบาล/สระว่ายน้ำ
กาวเหลวอีพ๊อกซี่ สำหรับใช้งานต่อไปนี้ : - ปูกระเบื้องบนพื้นและผนัง บริเวณที่ต้องทนต่อสารเคมี บริเวณที่ไม่ต้องการให้น้ำเข้าได้ และบริเวณที่มีการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย
- ปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะโมเสคซึ่งมีขนาดเล็ก สามารถใช้ เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่ เป็นทั้งกาวและยาแนวในตัวเดียวกัน
- ปูกระเบื้องบนพื้นผิวพิเศษ เช่น โลหะ พลาสติก โพลีเอสเตอร์ เป็นต้น
บริเวณใช้งาน : - อุตสาหกรรมเคมี
- ห้องทดลองเคมี โรงงานผลิตและโกดังเก็บของ โรงงานกระดาษ โรงงานผลิตสี โรงฟอกหนัง, ...อุตสาหกรรมอาหาร
- โรงงานผลิตเครื่องดื่ม โรงฆ่าสัตว์ ร้านอาหาร ห้องปฏิบัติการ โรงรีดนม โรงงานผลิตอาหาร, ...โรงพยาบาล
- ห้องผ่าตัด คลินิก ห้องอาบน้ำ ห้องครัว, ...สระว่ายน้ำ
- สระว่ายน้ำและขอบสระ ห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ เซาว์น่า สปา อื่นๆ
- ห้องเก็บแบตเตอรี่ ห้องน้ำสาธารณะ โรงงานกำจัดขยะ หรือบริเวณที่ต้องการปูกระเบื้องบนพื้นผิวพิเศษทุกชนิด
ส่วนประกอบ
- ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ อีพ๊อกซี่เรซิ่น ตัวเร่งปฏิกิริยา สารปรุงแต่ง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ทนต่ออุณหภูมิ -40ºC ถึง +100ºC
- การรับแรงอัด (Compressive strength) ประมาณ 65 MPa (N/mm2)
- แรงยึดเกาะ และความแข็งแรงดัด (Bonding strength and Flexural strength) 25 MPa (N/mm2)
- ความแข็งแรงเฉือน (Shear strength) 14 MPa (N/mm2)
- มอดูลัสของความยืดหยุ่น (Modulas of elasticity) 4,200 MPa (N/mm2)
- การยึดเกาะกับคอนกรีต (Bond strength) :
- ในที่แห้ง มากกว่า 3 MPa (N/mm2)
- ในที่เปียก มากกว่า 3 MPa (N/mm2) - ค่า pH = 10 - หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน
คุณสมบัติการใช้งาน
- กาวเหลวอีพ๊อกซี่ที่ผสมแล้วควรใช้ให้หมดภายในเวลา 30-50 นาที ที่อุณหภูมิห้อง
- ระยะแข็งตัวของกาวเหลวอีพ๊อกซี่ 12 ถึง 48 ชม.
- ระยะแข็งตัวที่ดีที่สุดและทนต่อสารเคมีได้คือ 4 วันที่อุณหภูมิ 20ºC และ 8 วันที่อุณหภูมิ 10ºC
- ความหนาของกาวเหลวอีพ๊อกซี่ที่ปาดลงบนพื้นผิว 3 ถึง 5 มม.
- หลังจากปูกระเบื้องเสร็จ ควรทิ้งให้แห้ง 4 ถึง 8 วัน ก่อนเปิดใช้งาน
ข้อแนะนำสำหรับการใช้งาน
- อุณหภูมิระหว่างการใช้งาน มีผลต่อการแห้งตัวของกาวเหลวอีพ๊อกซี่
- เช็ดกาวเหลวอีพ๊อกซี่ เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่ ส่วนเกินออกอย่างรวดเร็วก่อนกาวจะแข็งตัวด้วยฟองน้ำชุบน้ำอุ่นหมาดๆ
- กระเบื้องที่ปูด้วยกาวเหลวอีพ๊อกซี่ เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่ ควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
- ทำความสะอาดเครื่องมือหลังจากใช้งานเสร็จทุกครั้ง
- เวลาใช้งานควรสวมถุงมือทุกครั้ง
- ระวังอย่าให้โดนผิวหนังหรือเข้าตา
การเตรียมพื้นผิว


- สำหรับพื้นผิวใหม่ : พื้นผิวต้องเรียบ แข็ง ได้ระดับ สะอาด แห้ง และการดูดซึมน้ำอยู่ในระดับปกติ
- สำหรับพื้นผิวเดิม : ตรวจเช็คพื้นผิวโดยขูดลอกสีที่หลุดออก หรือรื้อกระเบื้องที่ไม่แน่นออก แล้วปูใหม่
- กำจัดเศษวัสดุ เช่น ผงปูน ไขมัน หรือคราบมันต่างๆ ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวออกให้หมด - ถ้าพื้นผิวมีรูพรุนมาก (การซึมซับน้ำสูง) จำเป็นต้องทำให้พื้นผิวนั้นเปียกชุ่ม และซึมซับน้ำให้อิ่มตัวก่อนปูกระเบื้อง
- ถ้าพื้นผิวเป็นผนังปูนฉาบ หรือปูนปรับระดับใหม่ ควรใช้เวลาบ่มตามมาตรฐาน (คือ 7 วัน ต่อความหนา 1 ซม.) ก่อนปูกระเบื้อง
การเตรียมกระเบื้อง
- ห้ามนำกระเบื้องมาแช่น้ำ เพราะจะทำให้การยึดเกาะของกาวซีเมนต์ลดลง
- ถ้ากระเบื้องเปียกหรือชื้น ต้องผึ่งให้กระเบื้องแห้ง ก่อนปูกระเบื้อง
- ทำความสะอาดกระเบื้อง เช่น ฝุ่นละออง ผงปูน ที่ติดอยู่ตามกระเบื้องออกให้หมด
การเตรียมกาว
- ผสมส่วนประกอบ 2 ส่วนเข้าด้วยกัน ในอัตราส่วน ด้านบน : ด้านล่าง เป็น 1 : 3 โดยไม่ต้องผสมน้ำ คนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
- หลังจากผสมกาวเหลวอีพ๊อกซี่ให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งาน เพื่อให้สารเคมีในกาวเหลวอีพ๊อกซี่ทำปฏิกิริยากัน
- กาวเหลวอีพ๊อกซี่ เวเบอร์.คัลเลอร์.พ๊อกซี่ ที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที และต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน
วิธีการใช้งาน


- ป้ายกาวเหลวอีพ๊อกซี่บางส่วนลงบนพื้นผิว และใช้เกรียงหวีปาดกาวเหลวอีพ๊อกซี่ให้เป็นทางยาวบนพื้นผิวประมาณ 1 ตร.ม. แล้วเกลี่ยให้ทั่ว ความหนาตามร่องของเกรียงหวีที่ใช้ เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณกาวเหลวที่ใช้ให้สม่ำเสมอ (ไม่มากหรือน้อยเกินไป)
- สำหรับพื้น : ใช้เกรียงหวีปาดกาวเหลวอีพ๊อกซี่ลงบนพื้นผิว
- สำหรับผนัง : ใช้เกรียงหวีปาดกาวเหลวอีพ๊อกซี่เป็นแนวนอน (ตามรูป) บนพื้นผิว
- การปูกระเบื้องด้วยเกรียงหวีจะทำให้ปริมาณกาวซีเมนต์แทรกซึมตามผิวกระเบื้องและพื้นผิวได้ดี (% transfer) กว่าการใช้เกรียงใบโพธิ์ - ในกรณีปูกระเบื้องขนาดใหญ่กว่า 25 x 25 ซม. (10 x 10 นิ้ว) ควรปาดกาวเหลวอีพ๊อกซี่ลงบนหลังกระเบื้องให้ทั่วเล็กน้อย เพื่อแน่ใจว่าได้ปาดกาวเหลวลงบนพื้นผิวอย่างทั่วถึง และไม่มีช่องอากาศว่างเหลืออยู่เมื่อปูกระเบื้องเสร็จ
- ช่องอากาศใต้พื้นกระเบื้องมีผลทำให้กระเบื้องเปราะ และน้ำสามารถไหลซึมเข้าไปได้ - ปูกระเบื้องลงบนกาวเหลวอีพ๊อกซี่ และกดให้แน่น หรือใช้ค้อนยางเคาะบนกระเบื้องให้ทั่ว กาวเหลวอีพ๊อกซี่ที่ล้นออกมาจะเป็นยาแนวของกระเบื้องแต่ละแผ่น ซึ่งควรเว้นช่องกระเบื้อง (อย่างน้อย 2 มม.)
- ถ้าแผ่นกระเบื้องเลอะกาวเหลวอีพ๊อกซี่ ควรเช็ดออกด้วยฟองน้ำชุบน้ำอุ่นหมาดๆ ขณะที่กาวเหลวอีพ๊อกซี่ยังเปียกอยู่ - หากต้องการจัดหรือปรับตำแหน่งกระเบื้องเมื่อปูเสร็จด้วยกาวเหลวอีพ๊อกซี่ เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่ สามารถปรับตกแต่งกระเบื้องแต่ละแผ่นภายใน 20 นาที ก่อนกาวเหลวอีพ๊อกซี่จะแห้งสนิท
- ทิ้งให้กาวเหลวแห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการยาแนว
ข้อแนะนำสำหรับการปูกระเบื้อง
- ควรหลีกเลี่ยงการป้ายกาวเหลวอีพ๊อกซี่ใต้แผ่นหลังเป็นจุดๆ (ซาลาเปา) ดังภาพ เนื่องจากจะทำให้มีช่องอากาศระหว่างแผ่นกระเบื้องกับพื้นผิว
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้กาวเหลวอีพ๊อกซี่ เมื่อมีแสงแดด โดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
- การรักษาเส้นยาแนวให้เป็นเส้นตรง ควรใช้พลาสติก เป็นรูปกากบาท (spacer) คั่นระหว่างแผ่นกระเบื้อง (ดังภาพ) ขนาดความกว้างของพลาสติกที่ใช้ (กากบาท) คือ ความกว้างของร่องยาแนว
- เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการสัญจรบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 1.5 มม. สำหรับงานผนัง และอย่างน้อย 3 มม. สำหรับงานพื้น
แผงเทียบสี
- ดูเฉดสีจาก {docs,347,noimage}
อายุการใช้งาน และการเก็บรักษา
- 1 ปี นับจากวันที่ผลิต โดยอยู่ในสภาพยังไม่เปิดปากถัง และถูกเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ไม่ชื้น อากาศถ่ายเทสะดวก (ถ้าใช้ไม่หมดถังต้องปิดฝาถังให้แน่น)
ข้อมูลเพิ่มเติม
ขนาดบรรจุ
- ถังละ 5 กก. (ปริมาณการใช้งานโดยเฉลี่ย 2.5 ตรม. ต่อถัง 5 กก.)










