หลักเกณฑ์ในการตรวจสภาพพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้อง

พิมพ์หน้านี้ คลิ๊กที่นี่เพื่อส่งหน้านี้ให้เพื่อน!

เพื่อให้การยึดเกาะของกาวซีเมนต์และยาแนวเกิดประสิทธิภาพสูงสุด การตรวจสภาพพื้นผิวและเตรียมพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้องถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับช่างปูกระเบื้องและเจ้าของบ้านที่ไม่ควรมองข้าม


  • ตรวจสอบโดยใช้ไม้ที่ได้ระดับยาว 2 ม. วางลงบนพื้นผิว ไม้วัดระดับต้องแนบพื้นผิว มีช่องว่างได้ตามรายละเอียดข้างล่าง
  • บริเวณที่อยู่ใต้ไม้วัดระดับต้องมีช่องว่างไม่เกิน ±5 มม.
  • บริเวณที่ใช้งานหนัก หรือบริเวณที่ใช้กาวเหลวปูกระเบื้องไม่ควรเกิน ±3 มม.
  • ถ้าความเรียบของพื้นผิวเป็นไปตามมาตรฐานข้างต้นเกิน 80% ถือว่าอยู่ในสภาพปกติ
    แต่ถ้าพื้นผิวไม่เรียบมากกว่า 20% ควรปรับระดับด้วยปูนทรายที่ผสมน้ำยาประสานคอนกรีต เวเบอร์.นีโอ ลาเท็กซ์ เพื่อให้ปูนใหม่กับปูนเก่าติดกันได้ดี

2.ความมั่นคงของพื้นผิว

วิธีวัดความมั่นคง ความแน่นของพื้นผิว ทำอย่างไร?

  • ตรวจสอบบริเวณแผ่นไม้ ตามขอบของแผ่นไม้
  • สำหรับพื้นผิวไม้ เมื่อเราเดินลงไปหรือสัมผัส พื้นไม้ไม่ควรยุบตัว สั่นสะเทือน หรือแปรสภาพ
  • ถ้าพื้นผิวไม่แข็งแรงพอ ควรจะทำใหม่หรือซ่อมแซม เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับพื้นผิว

3.ความแข็งแรงของพื้นผิว

พื้นผิวจะต้องแข็งแรงและมีความต้านทาน เพื่อลดปัญหาการหลุดร่อนจากพื้นผิว
วิธีวัดตรวจสอบความแข็งของพื้นผิว ทำอย่างไร?

  • วิธีง่ายๆ ที่ใช้ตรวจความแข็งแรงของพื้นผิว คือ การใช้ตะปูขูดพื้นผิวหลายๆ จุด
  • ถ้าพื้นผิวหลุดร่อนร่วนซุย ถือว่าพื้นผิวนั้นไม่แข็งแรงเพียงพอสำหรับการปูกระเบื้อง
  • กรณีพื้นผิวเก่าที่เป็นปูนปลาสเตอร์ เช่น กำแพงที่ทำด้วยปูนขาว ให้สกัดพื้นผิว จนได้พื้นผิวที่แข็ง
  • ถ้าพื้นผิวชำรุด แตกร้าว แข็งไม่เพียงพอ ให้สกัด หรือกะเทาะบริเวณที่ชำรุดออก ให้หมดจนเหลือแต่บริเวณที่แข็งแรงไว้

4.การดูดซึมน้ำของพื้นผิว

พื้นซีเมนต์ต้องดูดซึมน้ำปกติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากาวซีเมนต์แห้งเร็วเกินไป
วิธีวัดตรวจสอบประสิทธิภาพการดูดซึมน้ำของพื้นผิว ทำอย่างไร?

  • ตรวจสอบโดยการใช้น้ำราดลงพื้นผิวในปริมาณเล็กน้อย
  • ถ้าพื้นผิวดูดซึมน้ำได้หมดภายในระยะเวลาน้อยกว่า 1 นาที ถือว่าเป็นพื้นผิวที่ดูดน้ำเร็วเกินไป พื้นผิวลักษณะนี้ ต้องทาด้วย น้ำยารองพื้นเพื่อลดการดูดซึมของน้ำ ก่อน

5.การยึดติดของกระเบื้องเดิมและสีเก่า

พื้นผิวต้องเป็นพื้นผิวเดียวกัน มีแรงต้านทานการยึดเกาะของกาวซีเมนต์
วิธีตรวจสอบการยึดติดของกระเบื้องเดิมก่อนการปูกระเบื้องทับ ทำอย่างไร?

  • สำหรับพื้นกระเบื้องเดิม ใช้ค้อนหรือเกรียงเคาะให้ทั่วบริเวณ เพื่อตรวจสอบการยึดติดของกระเบื้องเดิม
  • รื้อแผ่นกระเบื้องเดิมที่ไม่แน่นออก
  • ปูกระเบื้องบริเวณนั้นใหม่ โดยเลือกใช้กระเบื้องชนิดเดียวกันและคุณสมบัติเหมือนกันกับกระเบื้องเดิม

วิธีตรวจสอบการยึดติดของสีเก่าก่อนการปูกระเบื้องทับ ทำอย่างไร?

  • สำหรับการตรวจสอบพื้นผิวที่มีสีเก่า ใช้มีดคัตเตอร์กรีดเป็นเส้นในแนวตั้งและแนวนอน ยาว 10 ซม. มีความห่างต่อเส้นประมาณ 2 มม.
  • กรีดให้ได้เป็นสี่เหลี่ยมเล็กขนาด 2 x 2 มม. ในพื้นที่ 10 x 10 ซม. จากนั้นใช้เทปกาวใสติดแนบลงไป แล้วดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ถ้า 80% ของสี่เหลี่ยมเล็ก (ขนาด 2 x 2 มม.) ยังยึดติดดี แสดงว่า สีเก่ายังให้การยึดติดที่ดี
    ถ้าน้อยกว่า 80% ของสี่เหลี่ยมเล็กที่ยึดติดดี แสดงว่า สีเก่ามีการติดยึดที่ไม่ดี ต้องขูดสีเก่าออก

6.การทำความสะอาดพื้นผิว

พื้นผิวต้องสะอาด เพื่อการยึดเกาะที่ดีของกาวซีเมนต์
วิธีทำความสะอาดพื้นผิว ทำอย่างไร?

  • พื้นผิวบริเวณที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด กำจัดฝุ่นและเศษผงต่างๆ เช่น ผงซีเมนต์ ยิปซัม ไขมัน คราบมันต่างๆ ออกให้หมด เพื่อให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะพื้นผิวได้ดี
  • สำหรับพื้นกระเบื้องเดิม กระเบื้องยาง สี การปูกระเบื้องทับต้องทารองพื้นด้วยน้ำยารองพื้น เวเบอร์.พริม 2 ก่อน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
  • สำหรับการปูกระเบื้องบนสีเดิม ให้กำจัดคราบสีน้ำพลาสติก สีอะครีลิคออกให้หมด แล้วทาน้ำยารองพื้น เวเบอร์.พริม 2 เพื่อเพิ่มแรงติดยึดทางด้านเคมี
  • สำหรับพื้นซีเมนต์เก่า คอนกรีตเก่า คอนกรีตมวลเบา ผนังยิปซัม ไม้ ไม้อัดซีเมนต์ ต้องรองพื้นด้วย น้ำยารองพื้นเพื่อลดการดูดซึมของน้ำ ก่อนการปูกระเบื้อง

7.การตรวจวัดความชื้นของพื้นผิว

  • การตรวจสอบความชื้นของพื้นผิวก่อนอื่นต้องเช็ดพื้นผิวให้แห้งสนิท จากนั้นอ่านค่าความชื้นบนพื้นผิวจากเครื่องมือวัดความชื้น
  • พื้นผิวที่ต้องการจะปูกระเบื้องและพื้นปลาสเตอร์ไม่ควรมีความชื้นอยู่เกิน 3% ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมซึ่งบางสภาพแวดล้อม ความชื้นอาจจะอยู่นาน 2 สัปดาห์ ถึงหลายเดือน
  • สำหรับผิวแอนไฮไดร์ (ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมซัลเฟต) ต้องมีความชื้นหลงเหลืออยู่น้อยกว่า 1% และสำหรับพื้นพีวีซี ความชื้นควรน้อยกว่า 0.5%