บริเวณที่ใช้งาน
- พื้นและผนัง
- ภายในและภายนอก
- โมเสค/โมเสคแก้ว/โมเสคเรซิ่น
ข้อจำกัดในการใช้งาน
- กรณียาแนวในสระว่ายน้ำ ควรใช้กาว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่ และยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
- กรณียาแนวบริเวณที่ใช้งานหนักซึ่งต้องทนต่อสารเคมี และกรดเข้มข้นสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล พื้นที่สำหรับเก็บอาหาร ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
ส่วนประกอบ
- ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ซีเมนต์ขาว ไบโอไซด์ โฮโดรโฟบิค โมดิฟายด์ โพลิเมอร์ ทรายคัดพิเศษ สารปรุงแต่ง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ทนต่ออุณหภูมิ -30ºC ถึง +70ºC
- สามารถรับน้ำหนักโมเสคในแนวตั้งได้มากสุด 20 กก. ต่อ ตร.ม.
- การยึดเกาะในที่แห้ง มากกว่า 1 MPa (N/mm2)
- การยึดเกาะในที่เปียก มากกว่า 1 MPa (N/mm2)
- หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน
คุณสมบัติการใช้งาน
- ยาแนวที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 2 ชม.
- ช่วงเวลาที่ใช้ระหว่างปาดจนถึงปูโมเสค 20 ถึง 30 นาที
- การจัดและปรับแต่งแนวโมเสค สามารถทำได้ภายใน 10 นาที
- ก่อนยาแนวร่องโมเสค ควรทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 2 ชม.
- หลังจากยาแนวเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชม. ก่อนเปิดใช้งาน
- ความหนาที่ปาดลงบนพื้นผิว 2 ถึง 10 มม.
การเตรียมพื้นผิว


- พื้นผิวต้องเรียบ แข็ง ได้ระดับ สะอาด แห้ง และการดูดซึมน้ำอยู่ในระดับปกติ
- กำจัดเศษวัสดุ เช่น ผงปูน ไขมัน หรือคราบมันต่างๆ ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวออกให้หมด - ถ้าพื้นผิวมีรูพรุนมาก (การซึมซับน้ำสูง) จำเป็นต้องทำให้พื้นผิวนั้นเปียกชุ่ม และซึมซับน้ำให้อิ่มตัวก่อนปูกระเบื้อง
- ถ้าพื้นผิวเป็นผนังปูนฉาบ หรือปูนปรับระดับใหม่ ควรใช้เวลาบ่มตามมาตรฐาน (คือ 7 วันต่อความหนา 1 ซม.) ก่อนปูกระเบื้อง
การเตรียมกระเบื้อง
- ทำความสะอาดกระเบื้อง เช่น ฝุ่นละออง ผงปูน ที่ติดอยู่ตามโมเสคออกให้หมด
การเตรียมยาแนว
- ใส่น้ำสะอาด 1.1-1.2 ลิตร อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังที่เตรียมไว้
- ค่อยๆ เทยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสมคือ 1 : 2.5 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค 2.5 ส่วน)
- หลังจากผสม เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีใน เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ทำปฏิกิริยากับน้ำ
- เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน
วิธีการใช้งาน




การปูโมเสค
- ปาด เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค บางส่วนลงบนพื้นผิวด้วยเกรียงใบโพธิ์หรือเกรียงหวี และใช้เกรียงหวีปาดกาวให้เป็นทางยาวบนพื้นผิว 1 ถึง 2 ตร.ม. แล้วเกลี่ยให้ทั่ว ความหนาตามร่องของเกรียงหวีที่ใช้ เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณ เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ที่ใช้ให้สม่ำเสมอ (ไม่มากหรือน้อยเกินไป)
- สำหรับพื้น : ใช้เกรียงหวีปาดกาวลงบนพื้นผิว
- สำหรับผนัง : ใช้เกรียงหวีปาดกาวเป็นแนวนอน (ตามรูป) บนพื้นผิว
- การปูโมเสคด้วยเกรียงหวีจะทำให้ปริมาณกาวแทรกซึมตามผิวโมเสคและพื้นผิวได้ดี (% transfer) กว่าการใช้เกรียงใบโพธิ์ - ปูโมเสคลงบนกาวและกดให้แน่น เพื่อให้ร่องของกาวที่แผ่นโมเสคกดทับประสานกันอย่างทั่วถึง
- ในกรณีที่กาวล้นขึ้นมาที่ร่องยาแนว ควรเช็ดออกเพื่อรักษาช่องของร่องยาแนวไว้ ถ้าโมเสคเลอะกาวซีเมนต์ ควรเช็ดออกด้วยฟองน้ำหมาดๆ ขณะที่กาวยังเปียกอยู่
- หากต้องการจัดหรือปรับตำแหน่งโมเสคเมื่อปูเสร็จด้วย เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค สามารถปรับตกแต่งกระเบื้องแต่ละแผ่นภายใน 15 นาที ก่อน เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค จะแห้งสนิท
- ทิ้งให้ เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการยาแนว
การยาแนว - สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยางหรือแผ่นยางตักยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องโมเสค เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
- สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องโมเสค เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
- เช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่ยาแนวจะแห้งสนิท
- ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณอย่างน้อย 2 ชม. แล้วทำความสะอาดกระเบื้องโมเสคด้วยผ้าสะอาด
- เพื่อการยึดเกาะที่ดีของ เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน
ข้อแนะนำสำหรับการปูกระเบื้อง
- ควรหลีกเลี่ยงการป้าย เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค ใต้แผ่นหลังเป็นจุดๆ (ซาลาเปา) ดังภาพ เนื่องจากจะทำให้มีช่องอากาศระหว่างแผ่นกระเบื้องกับพื้นผิว
ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ เวเบอร์.คัลเลอร์ โมเสค เมื่อมีแสงแดดโดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
อายุการใช้งาน และการเก็บรักษา
- 1 ปี นับจากวันที่ผลิต โดยอยู่ในสภาพยังไม่เปิดปากถุง และถูกเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ไม่ชื้น อากาศถ่ายเทสะดวก (ถ้าใช้ไม่หมดถุงต้องมัดปากถุงให้แน่น)
ข้อมูลเพิ่มเติม










