บริเวณที่ใช้งาน
- พื้นและผนัง
- ภายในและภายนอก
- ระเบียง/ผนังภายนอก/อาคารสูง/ลานจอดรถ/โรงงานอุตสาหกรรม
บริเวณผนังภายในที่ต้องการความยืดหยุ่น
- ร่องยาแนวบริเวณพื้นผิวซีเมนต์ คอนกรีต ไม้
ผนังภายนอกที่ต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ สัมผัสความชื้น น้ำฝน - ร่องยาแนวบริเวณภายนอกอาคาร
พื้นภายในที่ต้องการความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นผิว - ร่องยาแนวบริเวณพื้นไม้
- ร่องยาแนวบริเวณที่มีความร้อน
พื้นภายนอกที่ต้องสัมผัสอุณหภูมิสูงหรือรับน้ำหนักมาก - เฉลียง ระเบียง
- ลานจอดรถ
ข้อจำกัดในการใช้งาน
- กรณีร่องยาแนวขนาดเล็กกว่า 3 มม. ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค หรือ เวเบอร์.คัลเลอร์ พาวเวอร์
- กรณียาแนวบริเวณที่ชื้น มีปัจจัยเสี่ยงที่ยาแนวขึ้นรา เป็นคราบดำสกปรก ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พาวเวอร์
- กรณีสำหรับร่องยาแนวกว้างมากกว่า 12 มม. ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พลัส
- กรณียาแนวในสระว่ายน้ำ ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ เอช อาร์ หรือ เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
- กรณียาแนวบริเวณที่ใช้งานหนักซึ่งต้องทนต่อสารเคมีและกรดเข้มข้นสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล พื้นที่สำหรับเก็บอาหาร ควรใช้ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พ๊อกซี่
ส่วนประกอบ
- ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ซีเมนต์ขาว เรซิ่นสังเคราะห์ ทรายคัดพิเศษ สารปรุงแต่ง
ข้อมูลทางเทคนิค
- ความหนาแน่นของผงยาแนว = 1.2
- มอดูลัสของความยืดหยุ่น (Modulus of elasticity) ประมาณ 10,000 MPa (N/mm2)
- การรับแรงอัด (Compressive strength) ประมาณ 23 MPa (N/mm2)
- หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน
คุณสมบัติการใช้งาน
- ยาแนวที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที
- ยาแนวจะแห้งสนิท หลังจากทิ้งไว้ 12 ชม.
- หลังจากยาแนวเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชม.ก่อนเปิดใช้งาน
- ความกว้างของร่องยาแนว 3 ถึง 12 มม.
- อุณหภูมิระหว่างการใช้งาน +5ºC และ +35ºC
การเตรียมพื้นผิว


- ก่อนการยาแนว ร่องกระเบื้องต้องสะอาดและแห้ง- ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของยาแนวสม่ำเสมอ
การเตรียมยาแนว
- ใส่น้ำสะอาด อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
- ค่อยๆ เทยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ เอาท์ไซด์ ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสมคือ 1 : 3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 3 ส่วน) หรือ 1 : 2.5 โดยปริมาตร (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 2.5 ส่วน)
- หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ
- ยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน ดังนั้นควรแบ่งผสมเพื่อให้ทันในระยะเวลาที่กำหนด
วิธีการใช้งาน



- สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยางหรือแผ่นยางตักยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
- สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้- เช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่ยาแนวจะแห้งสนิท
- ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วทำความสะอาดกระเบื้องด้วยผ้าสะอาด
- เพื่อการยึดเกาะที่ดีของยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน
ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแนว เมื่อมีแสงแดดโดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
- เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการใช้งานบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 3 มม. สำหรับงานผนัง และอย่างน้อย 3 มม. สำหรับงานพื้น
- ในกรณีที่เป็นกระเบื้องดินเผาหรือกระเบื้องที่มีรูพรุน ก่อนยาแนวควรปกป้องกระเบื้องด้วย เวเบอร์.คลิน เท็ค เพื่อป้องกันไม่ให้คราบสีของยาแนวเปื้อนพื้นผิวกระเบื้อง
อายุการใช้งาน และการเก็บรักษา
- 1 ปี นับจากวันที่ผลิต โดยอยู่ในสภาพยังไม่เปิดปากถุง และถูกเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ไม่ชื้น อากาศถ่ายเทสะดวก (ถ้าใช้ไม่หมดถุงต้องมัดปากถุงให้แน่น)
ข้อมูลเพิ่มเติม










