Weber Saint-Gobain - Official website of the company

เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค

เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค
เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค

คุณสมบัติเด่น

  • ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • สำหรับร่องกระเบื้องกว้าง 1-6 มม.
  • ทนทานต่อน้ำยาทำความสะอาด 
  • มี 29 สี

กาวยาแนวเนื้อละเอียด สำหรับงานทั่วไป 

ผลิตภัณฑ์

จุดเด่น

  • เหมาะกับยาแนวบนพื้นผิวกระเบื้องที่บางและมันวาว เช่น กระเบื้องเซรามิค โมเสคแก้ว โมเสคเทียม
  • ไม่มีส่วนผสมที่ขีดข่วนผิวหน้ากระเบื้อง เมื่อทำความสะอาด
  • ทนทานเคมีในน้ำยาทำความสะอาด
  • สำหรับร่องกระเบื้องกว้าง 1-6 มม. โดยไม่แตกร้าว
  • มีให้เลือกถึง 29 สี

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ความหนาแน่น 0.9-1.1 กรัม/ซม3
  • ระยะเวลาบ่มเคมี 3-4 นาที
  • อายุการใช้งานหลังผสม (เก็บในที่ร่ม) 30 นาที
  • ก่อนยาแนวร่องกระเบื้อง ทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ขนาดของร่องกระเบื้อง 1-6 มม.
  • หลังยาแนวเสร็จทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
    • หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน

ข้อจำกัดในการใช้งาน

มาตรฐานการรับรอง

มาตรฐานนานาชาติ / ยุโรป

  • ความทนทานต่อการสึกกร่อน ISO 13007 part 4.4.4 or EN 12808-2
    • มาตรฐาน ≤ 2,000 mm3 l ผลการทดสอบ 212 mm3
  • การทนต่อการบิดตัวในสภาวะปกติ ISO 13007 part 4-4.1.3 or EN 12808-3
    • มาตรฐาน ≥ 2.5 N/mm2  l ผลการทดสอบ 4.77 N/mm2
  • การทนต่อแรงอัดในสภาวะปกติ ISO 13007 part 4-4.1.4 or EN 12808-3
    • มาตรฐาน ≥ 15.0 N/mm2  l ผลการทดสอบ 19.75 N/mm2
  • การยืดหดตัว ISO 13007 part 4-4.3 or EN 12808-4
    • มาตรฐาน ≤ 3.0 mm/m l ผลการทดสอบ 1.04 mm/m
  • ค่าการดูดซึมหลังจาก 30 นาที ISO 13007 part 4-4.2 or EN 12808-5
    • มาตรฐาน ≤ 5.0 g l ผลการทดสอบ 2.27 g

 

 

เอกสาร

ส่ง หรือ ดาวน์โหลดเอกสาร

ท่านสามารถส่งเอกสารนี้ไปยังอีเมล์ที่ท่านต้องการได้ หรือบันทึกได้โดยตรง

ขั้นตอนใช้งาน

การเตรียมพื้นผิว

  • ก่อนการยาแนว ร่องกระเบื้องต้องสะอาดและแห้ง
  • ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องกระเบื้อง เพื่อให้กาวยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของกาวยาแนวสม่ำเสมอ 

การผสม

  • ค่อยๆ เทกาวยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ คลาสสิค ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสม คือ 
  • 1 : 3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน กาวยาแนว 3 ส่วน) หรือ 
  • 1 : 2.5 โดยปริมาตร (น้ำ 1 ส่วน กาวยาแนว 2.5 ส่วน) 
  • หลังจากผสมกาวยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ 
  • กาวยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน 

ขั้นตอนใช้งาน

  • สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยาง หรือแผ่นยางตักกาวยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดกาวยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้กาวยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
  • สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายกาวยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดกาวยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้กาวยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้- เช็ดกาวยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่กาวยาแนวจะแห้งสนิท
  • ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วทำความสะอาดกระเบื้องด้วยผ้าสะอาด
  • เพื่อการยึดเกาะที่ดีของกาวยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน

คุณสมบัติการใช้งาน

  • ยาแนวที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที
  • ยาแนวจะแห้งสนิท หลังจากทิ้งไว้ 12 ชม.
  • หลังจากยาแนวเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชม. ก่อนเปิดใช้งาน
  • ความกว้างของร่องยาแนว 1 ถึง 6 มม.
  • อุณหภูมิระหว่างการใช้งาน +5oC และ +35o

ข้อแนะนำในการใช้งาน

  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแนว เมื่อมีแสงแดดโดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
  • เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการใช้งานบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนว 1.5 มม. สำหรับงานผนัง และอย่างน้อย 3 มม. สำหรับงานพื้น

บรรจุภัณฑ์

Packaging

  • 1 kg bag (One bag could use with the area of 5 mm2 approximately.)