Weber Saint-Gobain - Official website of the company

เวเบอร์.คัลเลอร์ พลัส

เวเบอร์.คัลเลอร์ พลัส
เวเบอร์.คัลเลอร์ พลัส

คุณสมบัติเด่น

  • สำหรับร่องกระเบื้องกว้าง 5-20 มม.
  • เหมาะกับยาแนวบล๊อกแก้ว หรือกระเบื้องดินเผา
  • ป้องกันราดำและคราบสกปรก
  • ป้องกันการดูดซึมน้ำและคราบต่างๆ

กาวยาแนวร่องกว้าง พร้อมกันราดำ สำหรับบล๊อกแก้ว และกระเบื้องดินเผา

 

 

ผลิตภัณฑ์

จุดเด่น

สำหรับร่องกระเบื้องกว้าง 5-20 มม. โดยไม่แตกร้าว

มีสารไบโอไซด์ ปกป้องราดำในร่องยาแนว

เหมาะสำหรับพื้นที่แห้งและเปียกชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง

มีให้เลือก 4 สี

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ความหนาแน่นของผงยาแนว 1.2
  • แรงกดประมาณ 20 MPa (N/mm2)
    - หมายเหตุ : ผลการทดสอบเหล่านี้ได้มาจากห้องทดลองตัวอย่าง อาจจะแตกต่างกับผลที่ได้จากการผสมที่หน่วยงาน เนื่องจากวิธีการใช้และสภาพของหน่วยงานที่แตกต่างกัน

ข้อจำกัดในการใช้งาน

มาตรฐานการรับรอง

มาตรฐานนานาชาติ / ยุโรป

  • ความทนทานต่อการสึกกร่อน ISO 13007 part 4.4.4 หรือ EN 12808-2
    • มาตรฐาน ≤ 2,000 mm3 l ผลการทดสอบ 1,611 mm3
  • การทนต่อการบิดตัวในสภาวะปกติ ISO 13007 part 4-4.1.3 หรือ EN 12808-3
    • มาตรฐาน ≥ 2.5 N/mm2 l ผลการทดสอบ 3.85 N/mm2
  • การทนต่อแรงกดอัดในสภาวะปกติ ISO 13007 part 4-4.1.4 หรือ EN 12808-3
    • มาตรฐาน ≥ 15.0 N/mm2 l ผลการทดสอบ 16.23 N/mm2
  • การยืดหดตัว ISO 13007 part 4-4.3 หรือ EN 12808-4
    • มาตรฐาน ≤ 3.0 mm/m l ผลการทดสอบ 1.18 mm/m
  • ค่าการดูดซึมหลังจาก 30 นาที  ISO 13007 part 4-4.2 หรือ EN 12808-5
    • มาตรฐาน ≤ 5.0 g l ผลการทดสอบ 2.68 g
  • ค่าการดูดซึมหลังจาก 240 นาที ISO 13007 part 4-4.2 หรือ EN 12808-5
    • มาตรฐาน ≤ 10 g l ผลการทดสอบ 4.90 g

 

 

เอกสาร

ส่ง หรือ ดาวน์โหลดเอกสาร

ท่านสามารถส่งเอกสารนี้ไปยังอีเมล์ที่ท่านต้องการได้ หรือบันทึกได้โดยตรง

ขั้นตอนใช้งาน

การเตรียมพื้นผิว

  • ก่อนการยาแนว ร่องกระเบื้องต้องสะอาดและแห้ง- ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของยาแนวสม่ำเสมอ

การผสม

  • ใส่น้ำสะอาด อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
  • ค่อยๆ เทยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พลัส ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสมคือ 1 : 3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 3 ส่วน) หรือ 1 : 2.5 โดยปริมาตร (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 2.5 ส่วน)
  • หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ
    - ยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน ดังนั้นควรแบ่งผสมเพื่อให้ทันในระยะเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนใช้งาน

  • สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยางหรือแผ่นยางตักยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
  • สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้- เช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่ยาแนวจะแห้งสนิท
  • ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วทำความสะอาดกระเบื้องด้วยผ้าสะอาด
  • เพื่อการยึดเกาะที่ดีของยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน

คุณสมบัติการใช้งาน

  • ยาแนวที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที
  • ยาแนวจะแห้งสนิท หลังจากทิ้งไว้ 12 ชม.
  • หลังจากยาแนวเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชม.ก่อนเปิดใช้งาน
  • ความกว้างของร่องยาแนว 5 ถึง 20 มม.
  • อุณหภูมิระหว่างการใช้งาน +5ºC และ +35ºC

ข้อแนะนำในการใช้งาน

  • การรักษาเส้นยาแนวให้เป็นเส้นตรง ควรใช้พลาสติก เป็นรูปกากบาท (spacer) คั่นระหว่างแผ่นกระเบื้อง (ดังภาพ) ขนาดความกว้างของพลาสติกที่ใช้ (กากบาท) คือ ความกว้างของร่องยาแนว
  • เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการสัญจรบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 5 มม. สำหรับงานผนัง และอย่างน้อย 5 ถึง 20 มม. สำหรับงานพื้น

บรรจุภัณฑ์

ขนาดบรรจุ

  • ถุงละ 1 กก. (ปริมาณการใช้งานโดยเฉลี่ย 1 ตร.ม./ถุง 1 กก.)
  • ถุงละ 3 กก. (ปริมาณการใช้งานโดยเฉลี่ย 3 ตร.ม./ถุง 3 กก.)