Weber Saint-Gobain - Official website of the company

ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี ไม่หลุด ไม่โก่ง ไม่ร่อน

ในปัจจุบันนี้ การใช้วัสดุปูพื้นที่ทนทานและมีราคาถูกแถมมีตัวเลือกมากมาย คงหนีไม่พ้นกระเบื้องเซรามิค ซึ่งมีขนาดให้เลือกตามความชอบมากมาย แต่อายุการใช้งานของกระเบื้องจะยาวนานหรือไม่ สิ่งสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องของการใส่ใจในงานปูกระเบื้อง เพราะบ้านเราเป็นเขตร้อนชื้นทำให้เกิดการยืดหดของวัสดุปูพื้น ในเวลากลางวันและกลางคืนต่างกัน เรามาดูวิธีการปูกระเบื้องเซรามิคในปัจจุบัน มีกี่วิธีใหญ่ๆ คือ

ปูนหดตัวแตกร้าว กระเบื้องโก่ง,ระเบิด

การปูแบบซาลาเปา(ปูนเขียว): เป็นอีกวิธีที่ช่างชอบเพราะปูง่ายและรวดเร็ว ซึ่งช่างใช้วิธีนี้มากกว่า 80% แต่ปัญหาของการปูแบบซาลาเปา คือ จะนำเนื้อปูนใส่ไว้ตรงส่วนกลางของกระเบื้องแบบกลมๆคล้ายซาลาเปา ซึ่งส่วนใต้ด้านริม หรือใต้ขอบกระเบื้องจะไม่มีเนื้อปูนเลย มีเพียงโพรงอากาศ ปลายกระเบื้องจึงมักบิ่นเวลามีของหนักหล่นใส่ และจะหลุดร่อนได้ง่าย การปูลักษณะแบบนี้ทำให้มีอายุการใช้งานไม่นานนัก

การปูแบบขี้หนู(ปูนเขียวผสมปูนกาว): คล้ายกับวิธีปูปรับระดับ ซึ่งจะใช้น้ำน้อยไม่เลอะเทอะ แต่ก็เจอปัญหาที่หนีไม่พ้น คือ กระเบื้องหลุดร่อนได้ง่าย อายุการใช้งานก็ไม่นานนัก

การปูกระเบื้องแบบปูนกาว+เกรียงหวี: เป็นการปูแบบที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะปูได้รวดเร็วและง่าย ใช้ปูนกาวน้อย แต่แรงยึดเกาะสูงมาก มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากหลายสิบปี จึงเป็นทางเลือกที่มีความประหยัด และคุ้มค่ากับยุคข้าวของแพง และแรงงานหายาก

ปูนกาวปูกระเบื้อง เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์                ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พาวเวอร์

เรามาดูรูปโครงการ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากการที่ผู้เขียนมีโอกาสไปตรวจสอบโครงการ และได้ให้แนวทางการแก้ไขไว้ ดังนี้

ปัญหา: กระเบื้องปูผนังหลุดร่อน

แนวทางแก้ไข: -ต้องซ่อมจุดที่หลุดด้วยปูนกาว โดยใช้เกรียงหวีปู

                   -สำหรับจุดที่ยังไม่หลุด ใช้ 1.) ปูนกาวผสมสลิงค์ฉีดยา 1"-2" ฉีดใส่ร่องกระเบื้องทั้ง 4 ด้าน 2.) ใช้กาวตะปูรัดทั้ง 4 ด้าน

ปัญหา : หลักฐานการหลุดร่วงของกระเบื้อง เนื่องจากการปูแบบซาลาเปา

แนวทางแก้ไข : ต้องทำการปูใหม่ด้วยปูนกาว โดยใช้เกรียงหวีเป็นอุปกรณ์ช่วยปู

วัสดุในการปูกระเบื้อง ถือเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเลือกปูนกาว และยาแนวที่มีมาตรฐานรับรอง เพราะเมื่อจะใช้กระเบื้องที่สวยงามและเกรดดี ก็จะมีราคาแพง แต่ถ้าใช้ปูนกาวและยาแนวที่ไม่มีคุณภาพ ก็ต้องเสียเวลาแก้ไขกระเบื้องเพื่อปูและยาแนวใหม่ เป็นเหตุให้อาจจะต้องสูญเสียกระเบื้องไปเปล่าๆ และมีค่าใช้จ่ายสูง เผลอๆซื้อกระเบื้องใหม่สีก็เพี้ยนไปจากเดิม ปัญหาจึงไม่จบครับ

ฉะนั้น เรามาดูวิธีการปูกระเบื้องที่สำคัญในแต่ละขั้นตอน ดังนี้ครับ

รูปภาพ 1-2 การผสมปูนกาว ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพราะต้องผสมปูนกาวกับน้ำให้พอดี ไม่ให้ข้นไป หรือเหลวเกินไป และต้องผสมจนปูนเข้ากันดีทุกๆส่วน

รูปภาพ 3-4 ใช้ปูนกาวและเกรียงหวีปาดในส่วนพื้นที่ๆจะทำการปูกระเบื้อง แล้วจึงดำเนินการปูกระเบื้อง จะสังเกตุได้ว่า ถ้าปูนเหลวไปกระเบื้องก็จะไม่เกาะติด และปูนก็จะไหลลงพื้นทั้งหมด (ควรใช้วัสดุเพื่อเว้นระยะช่องไฟ (spacer) ให้ได้ขนาด ได้มาตรฐาน เพื่อความสวยงาม) ส่วนปูนกาวใช้ เวเบอร์.ไทล์ ฟิกซ์ เพื่อความทนทานของการใช้งาน

รูปภาพ 5-7 ผสมยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ พาวเวอร์ ใช้เนื้อปูนผสมกับน้ำให้เข้ากันและเป็นเนื้อละเอียดเพื่อคุณภาพที่ดี และใช้อุปกรณ์ปาดยาแนวเพื่อให้อุดเต็มร่องยาแนวของกระเบื้อง แล้วจึงทำความสะอาดกระเบื้อง

เห็นไหมครับ ว่าขั้นตอนวิธีการปูกระเบื้อง และการยาแนวเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องใส่ใจ และการเลือกใช้ปูนกาวและยาแนว ควรระบุชนิดที่มีคุณภาพ ราคาไม่แพงกว่ากันมากนัก แต่มีอายุการใช้งานต่างกันหลายสิบปีเลยทีเดียว หรือถ้ามีปัญหากับผู้รับเหมามาก ก็ให้คิดค่าแรงปูอย่างเดียว เพื่อเราจะได้มั่นใจในการเลือกใช้วัสดุปูพื้นและยาแนวอย่างมีคุณภาพครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.oknation.net/blog/estimate/2014/10/18/entry-1